Ghost-Thai.com

เว็บรวม เรื่องผี ทั้งผีไทยและผีต่างประเทศ โดยบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์หลอนต่างๆที่ ทางบ้านส่งมาให้และเรื่องแต่ง เพื่อความบันเทิง 

ชำแหละเหี้ยม

ชำแหละเหี้ยม

ในยุคของประเทศรัสเซียในอดีตหรือสหภาพโซเวียตนั้น และภายใต้การปกครองของ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำในระบบคอมมิวนิตส์ ถือว่ามีความเผด็จการเป็นอันมาก

ในยุคของประเทศรัสเซียในอดีตหรือสหภาพโซเวียตนั้น และภายใต้การปกครองของ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำในระบบคอมมิวนิตส์ ถือว่ามีความเผด็จการเป็นอันมาก

โจเซฟ สตาลิน ผู้นำแบบเผด็จการของสหภาพโซเวียต ที่มีเรื่องเล่าขาน ในปีคริสต์ศักราช 1978 ที่เมืองรอสตอฟ ตอนใต้ของรัฐเซีย ในป่าโซโพโลซ่า มีชายเก็บฟืนคนหนึ่ง เขาเดินเข้าไปหาของภายในป่า ด้วยอากาศที่หนาวและความหิว ชายคนนี้ก็ดิ้นรนอยู่ให้รอดในยุคของ “โจเซฟ สตาลิน”

ผู้นำคอมมิวนิตส์ที่เกฑณ์แรงงานไปทำเกษตรที่ไซบีเรีย ด้วยอาหารไม่พอเลี้ยงคนรัฐเซีย สมัยนั้นคนล้มตายมากถึง 6 ล้านคน ถึงขั้นมีชาวบ้านขุดซากศพขึ้นมากิน บางส่วนก็ดักทำร้ายนักเดินทางเอาศพไปชำแหละขายไม่ต่างกับเนื้อสัตว์

แต่วันนี้ต่างจากทุกวันชายเก็บฟื้นเจอศพนอนอยู่ในพื้นที่โล่ง เพียง 50 หลาจากทางเข้าป่า สภาพโทรมแทบจะเหลือแค่กระดูก เน่าเฟะ เหลือเพียงเศษหนังติดกระดูกเล็กน้อย บนกะโหลกมีผมเพียงนิดเดียว แม้เห็นสภาพศพไม่ชัด แต่ก็รู้ได้ว่าผู้ตายต้องทรมานมากก่อนตาย เขาตั้งสติได้แล้วแจ้งตำรวจทันที

ในยุคของประเทศรัสเซียในอดีตหรือสหภาพโซเวียตนั้น และภายใต้การปกครองของ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำในระบบคอมมิวนิตส์ ถือว่ามีความเผด็จการเป็นอันมาก

            ต่อมาพบว่าศพคือ “ลิวบ๊อฟ บีร์ยุด” เด็กอายุ 13 ปี จากหมู่บ้านโนโวเวอร์ จากผลชันสูตรเด็กพยายามต่อสู้กับฆาตกร แต่ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจากของแข็งและมีด กระทั่งหมดสติไปถูกแทงเป็นแผลมากถึง 22 บาดแผล ร่างนั้นเป็นพรุนเหมือนกับรวงผึ้ง กระดูกซี่โครงบางส่วนหักจากมีด ที่สยองคือมีรอยมีดบาดลึกบริเวณเบ้าตาของศพคล้ายกับว่าฆาตกรพยายามควักเอาลูกตาของศพออกมา

            เรื่องราวผ่านไป 2 เดือน มีคนงานรถไฟซาคธี พบศพโทรมเกือบเหลือแค่โครงกระดูก ถูกทิ้งไว้นานมากกว่า 6 สัปดาห์ ชันสูตรแล้วเป็นศพของเด็กผู้หญิงเช่นเดียวกัน ลักษณะศพนอนคว่ำขาสองข้างถ่างออกดูน่ากลัว เพราะมีรอยกระหน่ำแทง และมีรอยมีดที่เบ้าตาเหมือนเด็กลิวบ็อฟ แต่เนื่องจากไม่มีใครมาแจ้งความคนหาย ตำรวจทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน

หนึ่งเดือนต่อมา นายทหารคนหนึ่งไปเก็บฟืนในป่าละเมาะ พบศพที่ 3 ห่างจากจุดพบศพที่ 2 เพียง 10 ไมล์ ลักษณะศพนอนคว่ำมีกิ่งไม้ปิดเป็นศพเด็กผู้หญิงอีกครั้ง และมีรอยแทงกับรอยมีดที่เบ้าตาอีกครั้ง ทำให้สันนิษฐานได้ว่านี่คือฝีมือฆาตกรคนเดียวกัน ต่อมาเจอศพที่ 4 ก็อยู่ในบริเวณไม่ห่างกัน กระทั่งวันที่ 10 เมษายน ปี 1982 เด็กหญิงชื่อโอลก้า สตันมาเชน็อค 10 ขวบถูกลักพาตัว

ในยุคของประเทศรัสเซียในอดีตหรือสหภาพโซเวียตนั้น และภายใต้การปกครองของ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำในระบบคอมมิวนิตส์ ถือว่ามีความเผด็จการเป็นอันมาก

มีข้อความถึงพ่อแม่เด็กว่า “ลูกสาวของแกอยู่ในป่า บอกต่อกันไปนะว่า จะมีคนตายเพิ่มอีก 10 คน หรือมากกว่านั้น ในปีใหม่นี้แหละ จากไอ้แมวดำจอมโหดหิน” ตำรวจยังไม่ให้ความสนใจ คิดว่าคงจะมีคนกุเรื่องขึ้นเท่านั้น หลังจากนั้นวันที่ 4 เมษายน ปี 1983 ก็พบกับศพ
โอ้ลก้า แต่ศพนั้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพราะถูกฆาตกรรมในช่วงที่สภาพอากาศในรัฐเซียหนาวเย็น ทำให้ช่วยรักษาสภาพศพเอาไว้ ผลชันสูตรบอกได้ว่าเธอถูกแทงที่หน้าอก 12 แผล ท้องน้อยอีก 13 แผล ทำให้อวัยวะภายในหลุดหลุยออกมานอกร่าง ฆาตกรน่าจะเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว และตั้งใจกระซวกบริเวณหัวใจ ปอด

และอวัยวะเพศเป็นหลัก พบแผลที่เบ้าตาเหมือน 4 ศพ ก่อนนี้ คราวนี้คดีเริ่มฉาวขึ้น ชาวเมืองสั่งห้ามลูกของตนออกนอกบ้าน ทางรัฐบาลเองระดมตำรวจมากกว่าหลายร้อยนายมาเพื่อหาฆาตกร

4 เดือนต่อมาก็พบอีกศพ ครั้งนี้เป็นเด็กชาย อายุ 15 ปี ถูกฆาตกรรมหมกหิมะ ในเมือง
ชัคห์ที ต่อมาก็พบศพเด็กหญิงอายุ 13 ปี และศพผู้หญิงวัย 45  ปี จากศพทั้งหมดนำมาสู่การตั้งข้อสงสัยในเด็กหนุ่มอายุ 19 คนหนึ่ง ชื่อว่า “ยูริ คาเลนนิค” มีการทรมานและสอบสวนอย่างหนักให้เขารับสารภาพ จนในที่สุดเขาสารภาพว่าฆ่าไปแล้ว 7 ศพ อีก 4 ศพ ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ

ต่อมาศาลตัดสินจำคุกและประหารชีวิตชายคนนี้ แต่ต่อมาพบศพของหญิงสาวที่สภาพศพหัวนมถูกตัดไป เหมือนถูกกัดกระชากจนขาด เบ้าตาถูควักไป และศพเน่าอยู่หลายเดือน ต่อมาก็พบศพที่ 9 และ 10 ในพื้นที่ไม่ห่างกัน มีศพของเด็กชายถูกแทงหอหอยกว่า 12 แผลตามร่างกายอีก 60 แผล

และถูกคว้านตัดอวัยวะเพศจนหมด มีร่องรอยถูกข่มขืนทางทวารหนักอย่างรุนแรง ตำรวจพบหลักฐานใหม่เป็นคราบอสุจิ และมีการสกัดกลุ่มเลือดไว้เป็นหลักฐาน นั้นทำให้รู้ว่า “ยูริ คาเลนนิค” เป็นแพะรับบาป ไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง!!

ผ่านมานานถึงปีคริสต์ศักราช 1990 ฆาตกรตัวจริงถูกจับได้ หลังลงมือฆ่าเหยื่อรายที่ 52 ฆาตกรเป็นผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี ชื่อว่า “อันเดร โรมาโนวิช ชิกาทิโล” แม้ชายคนนี้ยังไม่ให้การใดๆ

กับตำรวจแต่จากการตรวจน้ำอสุจิและรอยเลือดพบว่าเขาคือฆาตกร “นักชำแหละแห่งเมืองรอฟตอฟ” ตัวจริง ต่อมามีการให้ “ดร.บูคานอฟสกี” จิตแพทย์ชาวมอสโคว์เข้ามาเจรจา ฆาตกรจึงยอมรับว่าได้ฆ่าเหยื่อทุกคนจริง เขาจำวิธีที่ฆ่าเหยื่อแต่ละคนได้ละเอียดเกือบ 36 ศพ และบอกว่าเหยื่อแต่ละรายเขาเลือกมีดที่ไม่เหมือนกัน และยังบอกอีกว่าการเคี้ยวหัวนมของเหยื่อ

จะทำให้เขามีพลังของสัตว์ในขณะที่เขากำลังร่วมเพศอยู่ เขายังบอกอีกว่า ผมหลงใหลในเสียงร้อง ความกลัว และความเจ็บปวดของคนที่ผมฆ่า เลือดที่พุ่งกระฉูดออกจากบาดแผลและกลิ่นคาวเลือด ทำให้ผมผ่อนคลาย ผมติดใจในการชิมเลือดของเหยื่อสังหาร และพอใจการใช้ฟันกัดกระชากปากของเหยื่อให้ขาดออกมา มันให้ความรู้สึกว่าผมเป็นสัตว์ร้ายที่ทรงพลังอำนาจหลังกินส่วนต่าง ๆ ของเหยื่อ

คดีดำเนินไปด้วยการใช้ระยะเวลามาจนถึงวันที่ 14 เดือนตุลาคม ปี 1992 ฆาตกรมีอายุเข้า 52 ปี เขาถูกนำไปที่แดนประหารที่ห้องเก็บเสียง ถูกมัดมือ ผูกตา นั่งคุกเข่า และใช้ปืนยิงให้ตายไป และนั้นก็เป็นจุดจบของฆาตกร “นักชำแหละแห่งเมืองรอฟตอฟ”

หรือสามารถเข้ารับชมวีดีโอเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หรือสามารถชมเรื่องราวความหลอนอื่นๆได้ ที่นี่

#ชำแหละเหี้ยม # โจเซฟ สตาลิน # ป่าโซโพโลซ่า #เรื่องหลอน

ขอบขอบคุณภาพจาก

  • ichef.bbci.co.uk
  • static.thairath.co.th
  • storage.googleapis.com
  • t1.bdtcdn.net
  • us-fbcloud.net
  • www.clipmass.com
  • www.khaosod.co.th

สนับสนุนโดย

www.thaiseawstory.co
อ่านเรื่องเสียวได้ที่นี่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on reddit
Reddit