Ghost-Thai.com

เว็บรวม เรื่องผี ทั้งผีไทยและผีต่างประเทศ โดยบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์หลอนต่างๆที่ ทางบ้านส่งมาให้และเรื่องแต่ง เพื่อความบันเทิง 

ซวยของซวย

ซวยของซวย

เรื่องนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้ว และได้เจอดี หญิงชุดขาวหน้าวัด ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ช่างกลปี 2 กำลังจะขึ้นปี3 ผมอาศัยอยู่กับลุงและป้าอยู่ แถวชานเมืองของอำเภอนึงในจังหวัดนครศรีธรรมราช

เรื่องนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้ว และได้เจอดี หญิงชุดขาวหน้าวัด ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ช่างกลปี 2 กำลังจะขึ้นปี3 ผมอาศัยอยู่กับลุงและป้าอยู่ แถวชานเมืองของอำเภอนึงในจังหวัดนครศรีธรรมราช

หญิงชุดขาวหน้าวัด ที่จะเล่านี้คือแถวบ้านลุงกับป้าผมนั้น ค่อนข้างจะเปลี่ยวนิดนึง ระแวกนั้นไม่ค่อยมีบ้านคนสักเท่าไร ส่วนมากก็อยู่ห่างๆ กันทั้งนั้น กว่าจะขับรถไปถึงในตัวเมือง ก็เป็นระยะทาง 15 – 20 กิโลเมตร

มีอยู่วันนึง เป็นคืนวันศุกร์ วันเกิดของเพื่อนผม ทุกคนนัดกันไปเจอที่บ้านเพื่อนของผมครับ ตามภาษาวัยรุ่นทั่วไปนั่งดื่มนั่งปาร์ตี้กันตามปกติ อีกอย่างพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ด้วยก็เลยนั่งกันได้ยาว

ทุกคนก็เฮฮาสังสรรค์กันไปจนปาร์ตี้เสร็จเพื่อนๆ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อนๆ ของผมส่วนใหญ่อยู่ในเมือง ในตลาดกันทั้งนั้น จะมีก็แต่ผมที่อยู่นอกเมืองอยู่คนเดียว

ขากลับเพื่อนผมก็ทักว่า “เห้ยมึงอย่าบอกนะว่าดึกป่านนี้ จะขับกลับทางเดิมอะ” ต้องบอกก่อนเลยว่าทางไปบ้านผม มันไปได้สองทาง ขามาผมก็มาทางลัดครับ ตอนนั้นมันยังไม่ดึกมาก ซึ่งปกติทางมันเปลี่ยวมากครับ ไม่ค่อยมีรถสัญจรไปมา

เรื่องนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้ว และได้เจอดี หญิงชุดขาวหน้าวัด ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ช่างกลปี 2 กำลังจะขึ้นปี3 ผมอาศัยอยู่กับลุงและป้าอยู่ แถวชานเมืองของอำเภอนึงในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัตินี้ไม่ต้องพูดถึงครับเพียบเลยใครๆ ก็รู้ เพราะถนนเส้นนี้มันอยู่มานานมาก ก่อนลุงกับป้าผมจะแต่งงานกันซะอีก และผมก็ตอบกลับไปว่า “ก็เออสิวะ ทางนี้มันถึงบ้านกูเร็วสุดแล้ว”

ทั้งๆ ที่เพื่อนหลายคนก็ขอร้องครับ ว่าให้ผมนอนที่บ้านเพื่อนผม หรือไม่ก็กลับไปเส้นตัดใหม่ แต่ผมก็บอกกลับเพื่อนไปว่า “ไม่เป็นไรนา นี่มันถิ่นกูเอง” ทั้งๆ ที่ในใจของผมนั้นเริ่มที่จะกลัว และคิดถึงเรื่องเล่าที่เขาเล่าต่อกันมา

ขับมาได้สักพัก ผมก็ดันมาคิดถึงคำเตือนของเพื่อนๆ คิดในใจว่า ..เออนะ นี้มันก็จะตี 3 อยู่แล้ว ทำไมเราไม่กลับทางสายใหม่ หรือนอนบ้านเพื่อนไปเลยวะ แล้วค่อยกลับตอนเช้า..

แต่พอหันกลับไปดู ผมก็มาไกลแล้ว จะย้อนกลับไปก็เสียเวลาเลยกลั้นใจว่า ..เอาวะเป็นไงเป็นกัน..!! ปกติก็เคยกลับจากบ้านเพื่อนทางนี้ แต่ไม่เคยดึกขนาดนี้ มากสุดแค่ทุ่ม 2 ทุ่ม ขับไปได้สักพัก ก่อนจะถึงหน้าวัดๆ นึงที่อยู่ถนนเส้นนั้น อยู่ๆ ผมก็ยิ่งคิดเรื่องผีขึ้นมาอีก ทันทีที่ผมคิดในใจ ..ทำไมมันไม่มีรถผ่านเลยสักคัน แม้แต่หมาสักตัวก็ไม่มี..

ตอนนั้นผมเริ่มใจเสียแล้วครับกลัวว่าจะเจอดีเข้าให้ แล้วผมก็เจอเข้าจริงๆ ครับ ผมเห็นผู้หญิงคนนึง กำลังเดินอยู่บนถนน ใส่ชุดเหมือนคนมาปฏิบัติธรรม ผมเธอยาวมากครับ ยาวจนถึงหลัง

เรื่องนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้ว และได้เจอดี หญิงชุดขาวหน้าวัด ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ช่างกลปี 2 กำลังจะขึ้นปี3 ผมอาศัยอยู่กับลุงและป้าอยู่ แถวชานเมืองของอำเภอนึงในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ตอนนั้นผมช็อคมากทำอะไรไม่ถูก ที่ช็อคไปกว่านั้นคือเธอตัวสูงมากๆ คนอะไรจะสูงได้ขนาดนั้น สูงประมาณ 190 ลองนึกดูสิครับ คิดในใจว่า ..ใช่ ต้องใช่แน่ๆ จำได้ว่าก่อนจะถึงวัด มีคนเคยเล่าสารพัด ทำไมเราต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้ด้วย ได้แต่นึกโทษตัวเอง..

ผมพยายามตั้งสติ แล้วรีบบิดคันเร่งรถมอไซค์ให้เร็วที่สุด ผมกลัวมากเกร็งจนตัวสั่นไปหมด หันไปดูกระจกเธอก็ยังอยู่ ยังเดินอยู่ แต่เหมือนว่าเธอจะเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมขับไปสักพักอยู่ๆ รถก็น้ำมันหมดจนได้ ตอนนั้นคือทั้งมืดทั้งกลัวผสมกันไปหมด ผมถึงกับร้องออกมาว่า
เห้ย หมดได้ไง หมดตอนไหน ตั้งแต่เมื่อไร ทำไมมันมาหมดตอนนี้” ผมพูดทั้งน้ำตา รีบลงจากรถ แล้ววิ่งเข็นรถตัวเองไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด แต่เหมือนว่าทำไมทุกอย่างมันช้าลง หรือเพราะผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าหันหลังกลับไปมอง แต่ชั่วอึดใจเดียว ผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงกำลังเดินตามหลังผมมา ทั้งๆ ที่ผมกำลังวิ่งเข็นรถอย่างสุดชีวิต

แต่เสียงเดินนั้นกลับไล่ตามผมมาติดๆ ผมตัดสินใจหันกลับไปดู ใช่ครับ ผู้หญิงที่สูง 190 คนนั้นกำลังเอามือมาจับท้ายรถผมไว้อยู่ เหมือนกำลังดึงรถมอไซค์ผมไว้ ผมตกใจสุดขีด แต่ที่จำได้แม่นคือหน้าเธอซีดมากครับ ซีดจนเห็นเส้นเอ็นเขียวๆ บนใบหน้าของเธอที่ดูเย็นชา แต่เธอไม่ได้จ้องมาที่ผมนะ

เรื่องนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้ว และได้เจอดี หญิงชุดขาวหน้าวัด ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ช่างกลปี 2 กำลังจะขึ้นปี3 ผมอาศัยอยู่กับลุงและป้าอยู่ แถวชานเมืองของอำเภอนึงในจังหวัดนครศรีธรรมราช

เหมือนเธอกำลังมองไปข้างหน้า ตอนนั้นผมเลยตัดสินใจตะโกนไปว่า “ช่วยด้วย!!” อย่างดัง ผมตะโกนไปตลอดทาง จะปล่อยทิ้งรถไว้ ก็กลัวจะโดนด่า แม้แต่จะโทรศัพท์ไปหาเพื่อนตอนนั้นก็ตั้งสติไม่ได้ เลยจำใจต้องวิ่งเข็นรถไปแบบนั้นจนเลยเขตวัด แล้วเธอก็หายไปครับ

ตอนนั้นผมเหนื่อยหมดแรงล้มลงไปนอนกับพื้น พยายามพยุงรถและตัวเองขึ้นมาครับจนถึงบ้าน ผมตะโกนเรียกลุงกับป้าให้มาเปิดประตูเท่าที่ดังได้ จนเช้า ผมเลยตัดสินใจเล่าให้ป้ากับลุงฟัง เชื่อมั้ยว่า แม้แต่ลุงกับป้าของผมก็ยังไม่มีใครกล้าไปถนนเส้นนั้น ในตอนดึกทั้งนั้น

หรือสามารถเข้ารับชมวีดีโอได้ ที่นี่

หรือสามารถชมเรื่อวราวความหลอนอื่นๆได้ ที่นี่

#วัดร้าง #วิญญาณผู้หญิง #ความหลอน #สิ่งลี้ลับ

ขอขอบคุณภาพจาก

  • lh3.googleusercontent.com
  • mpics.mgronline.com
  • s.isanook.com
  • static.naewna.com

สนับสนุนโดย

www.thaiseawstory.co
อ่านเรื่องเสียวได้ที่นี่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on reddit
Reddit