Ghost-Thai.com

เว็บรวม เรื่องผี ทั้งผีไทยและผีต่างประเทศ โดยบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์หลอนต่างๆที่ ทางบ้านส่งมาให้และเรื่องแต่ง เพื่อความบันเทิง 

“สูงเท่าบ้าน”

“สูงเท่าบ้าน”

ในดวงวิญญาณของ สัมภเวสี หรือผู้ที่ตายไปแล้วแต่ดวงวิญญาณยังไม่ได้ไปเกิดเพราะตอนมีชีวิตไม่เคยทำดีเลยจนกลายเป็นเปรต คอยขอส่วนบุญ เรื่องนี้หน้าจะทำให้คุณเข้าใจเรื่องสัมภเวสี มากขึ้น

ในดวงวิญญาณของ สัมภเวสี หรือผู้ที่ตายไปแล้วแต่ดวงวิญญาณยังไม่ได้ไปเกิดเพราะตอนมีชีวิตไม่เคยทำดีเลยจนกลายเป็นเปรต คอยขอส่วนบุญ เรื่องนี้หน้าจะทำให้คุณเข้าใจเรื่องสัมภเวสี มากขึ้น

สัมภเวสี สูงเท่าบ้านเรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับชายคนนึงที่ผมได้ยินมา เขามีอาชีพเป็นช่างรับเหมาทาสี ในวันหนึ่งของช่วงขึ้นปีใหม่ มีคนมาจ้างเขาให้ไปทาสีบ้าน เขาก็ตอบตกลงงานไป

โดยเป็นงานทาสีบ้านรีโนเวทหลังใหญ่ ขอแทนชื่อบุคคลคนนี้ว่าพี่ชาย ในเรื่องของค่าจ้างนั้นด้วยความที่มาจ้างในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงปีใหม่พอดีจึงทำให้ค่าจ้างมีอัตราค่อนข้างสูง

ด้วยงานที่ใหญ่ทำให้พี่ชาย แกโทรตามเพื่อนๆ อีก 3 – 4 คน เพื่อสอบถามว่าสนใจจะรับงานนี้หรือไม่ ทุกคนก็ตกลงรับด้วยความสนใจในตัวเงินที่สูง สรุปก็ได้กำลังคน 4 คน เมื่อโทรถามสถานที่กับนายจ้าง นายจ้างก็ชี้แจงและขับนำไปด้วยรถยนต์

เมื่อไปถึงก็พบว่าบ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ที่ชายเขา ทุกคนก็ได้เตรียมอุปกรณ์ขึ้นรถกันมาแล้ว โดยนายจ้างมีข้อแม้แค่ว่างานจะต้องเสร็จทันในเย็นวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันปีใหม่ นั้นหมายความว่าพี่ชายและทุกคนจะต้องทำให้เสร็จทันที ภายในคืนวันที่ 31 พี่ชายก็ตอบว่า

ในดวงวิญญาณของ สัมภเวสี หรือผู้ที่ตายไปแล้วแต่ดวงวิญญาณยังไม่ได้ไปเกิดเพราะตอนมีชีวิตไม่เคยทำดีเลยจนกลายเป็นเปรต คอยขอส่วนบุญ เรื่องนี้หน้าจะทำให้คุณเข้าใจเรื่องสัมภเวสี มากขึ้น

“ตามหลักปกติ ก็ทำได้ครับ” ส่วนนายจ้างก็บอกว่าตนยินดีที่จะจ่าย แต่พี่ชายเองเริ่มรู้สึกกลัวด้วยอัตราเงินที่เยอะ จึงรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ แน่ๆ แต่ก็รับปากไปด้วยเงินจำนวนมันเยอะ อีกทั้งสีเจ้าของยังเป็นผู้ซื้อให้อีก

สภาพของบ้านหลังนี้เป็นบ้านปูนทั้งหลัง เป็นบ้านหลังเดี่ยวอยู่เนินเขา เป็นลักษณะบ้านที่ซื้อมาไว้สำหรับพักส่วนตัวก็ว่าได้

โดยพี่ชายก็รู้มาว่าก่อนหน้านี้บ้านหลังนี้เคยร้างมาก่อน เพราะโดนธนาคารยึดหรืออย่างไรก็ไม่ทราบลึกขนาดนั้น รู้แค่ว่าผู้ว่าจ้างรายนี้เร่งรีบให้งานเสร็จเป็นอย่างมากภายในวันพรุ่งนี้ คล้ายกับว่าเขาต้องการจะนำพระมาสวดขึ้นบ้านใหม่เลยทันที

หลังจากสำรวจดูบ้านดูพื้นที่แล้ว จากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทำในเวลาบ่าย 3 โมง ก็ทำงานกันไปเรื่อยๆ ลูกน้องคนนึงก็ถามขึ้นมาว่า “พี่ๆ ทำไมค่าจ้างมันสูงจังวะพี่ ไอเงินค่าจ้างสูงไม่เท่าไร ทำทันมั้ย เราคงต้องใช้เวลาวันนี้และคืนนี้ทั้งคืนนะพี่ เพราะเขาต้องการจะเสร็จพรุ่งนี้เช้า สีบ้านก็ยังไม่ทันหายเหม็นเลย”

พี่ชายก็ตอบกลับลูกน้องว่า “มึงไม่ต้องพูดมาก รีบทำงานให้เสร็จๆ ดีกว่า พี่ว่าเรามีกัน 4 คน ค่าจ้างมากกว่า 3 หมื่น แถมสีฟรี มันคุ้มเว้ย! ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเองก็แล้วกัน” พี่ชายก็พูดปลอบใจลูกน้อง เพราะปกติลูกทีมแกเวลามีงานใด แกก็จะพาไปด้วยไม่ทิ้งกัน

เมื่อทาสีกันไปเรื่อยๆ ใกล้เวลาตกค่ำ เจ้าของบ้านก็เข้ามาแวะดูหน้างาน มาดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาเข้ามากับภรรยาด้วยท่าทีเร่งรีบ คล้ายกับดูซ้ายขวาเอาข้าวน้ำมาให้แล้วก็กลับ ทุกคนก็ไม่ได้สนใจมาก

เพราะกำลังรีบให้งานเสร็จ ด้วยลักษณะของบ้านเป็นบ้านปูน 2 ชั้น มีป่าล้อมรอบ อากาศจะเย็น และมีบ้านอยู่หลังเดียวที่เข้ามาตั้งอยู่จุดนี้ ข้างล่างไปก็จะไม่มีบ้านคน ทุกคนในตอนนั้นก็กระจายกันไปทาสี ทากันไปเรื่อยๆ

ต่อมาในช่วงเวลา 3 ทุ่ม จะมีลูกน้องของพี่ชายคนนึงไปทาสีห้องน้ำคนเดียวตรงส่วนหลังบ้าน เขาทาสีไปเรื่อยๆ อยู่ๆ ก็มีเสียงมาจากคนนี้ว่า “ผีหลอก!!! ผีหลอก!!! ช่วยด้วยยยยยยยย”

พี่ชายและเพื่อนๆ จึงรีบวิ่งไปดู ปรากฏว่าสีหล่นเลอะเละเทะ ส่วนคนนั้นก็ไม่มีสติ เข้ามากอดขาพี่ชายและก้มหน้าไม่กล้าดู เขาบอกแค่ว่า “ดูที่กำแพงๆ”

ในดวงวิญญาณของ สัมภเวสี หรือผู้ที่ตายไปแล้วแต่ดวงวิญญาณยังไม่ได้ไปเกิดเพราะตอนมีชีวิตไม่เคยทำดีเลยจนกลายเป็นเปรต คอยขอส่วนบุญ เรื่องนี้หน้าจะทำให้คุณเข้าใจเรื่องสัมภเวสี มากขึ้น

ลักษณะคล้ายตอนที่แกทาสีอยู่คงจะตกใจแล้วกระป๋องสีมันก็กระเด็นไปโดนฝาผนัง แต่ที่ทุกคนช็อกคือสีที่ไปโดนฝาผนังมันเป็นรูปคน!! แบบที่ทุกคนเห็นได้เกือบชัด ทุกคนอึ้งและหลอน

แต่ก็พยายามเรียกสติคนนั้นกลับมา ด้วยการพาออกไปข้างนอกและถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวพี่ชายเองจริงๆ ไม่ได้อยากจะถาม เพราะกลัวคนอื่นจะเสียขวัญและทำงานไม่เสร็จ

ชายคนนั้นตอบด้วยเสียงสั่นและขอกลับบ้าน เขาบอกว่าถ้าเล่าจบขอให้พี่ชายไปส่งเขากลับบ้านทันที ถ้าพี่ชายจะโกรธเขาจะไล่ออกก็ยอม คนอื่นเริ่มขวัญเสีย เพราะสงสัยว่าตอนที่เขาไปทาสีในห้องน้ำมันเกิดอะไรขึ้น เขาก็เล่าด้วยท่าทีหวาดกลัวและมองเข้าไปภายในบ้านตลอด โดยในเวลานั้นรอบบ้านก็มีไฟสปอร์ตไลท์ส่อง แกเล่าว่า

…ก็ตอนทาสีอยู่ มีคนมายืนอยู่ข้างหลังก็คิดว่าพี่ชายมาหรือใครมาเอาข้าวมาให้ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้กินข้าว คราวนี้เขาจึงพูดว่า “วางข้าวไว้เลยพี่ ผมหิวข้าวมาก แต่ยังไม่อยากกินก่อน”

จากนั้นก็มีเสียงผู้หญิงตอบกลับมาว่า “หิวข้าวเหมือนกันนนน!” จากนั้นเขาจึงตกใจ หันไปมองก็ไม่มีใคร แล้วเสียงผู้หญิงมาจากไหน เพราะทั้งบ้านลูกจ้างก็มีแต่ผู้ชาย ไม่มีผู้หญิงสักคน แล้วเสียงใคร เพราะเสียงชัดเจนมาก และรู้สึกแต่แรกว่าเห็นเป็นเงายืน…

 ทุกคนก็เชื่อที่คนนี้เล่า เพราะแกไม่ได้เป็นคนเมายาหรืออะไร อีกทั้งลักษณะบ้านกับงานก็แปลกๆ มาตั้งแต่แรก พี่ชายก็พูดว่า “เฮยยย มึงคิดมากไปหรือเปล่า มึงหลอนไป

เมื่อคืนพักผ่อนน้อยหรือเปล่า” แต่คนนั้นเขายืนยันพูดด้วยคอขึ้นเอ็นว่าตัวเองได้ยินเสียงผู้หญิงจริง และน่ากลัวว่านั้นคือ ขณะที่เขามองหาใครสักคน

และทำสีตกลงสาด เป็นเพราะอยู่ๆ เขาได้ยินเสียงผู้หญิงคนเดิมพูดขึ้นมาด้วน้ำเสียงท้วมหนักกว่าเดิมว่า “หิวข้าว!!” เขาจึงตกใจทำสีสาดลงมาเป็นรูปคนที่ทุกคนเห็น จากนั้นคนนี้ก็กลับบ้านไป เหลือแค่พี่ชายกับลูกน้องรวมกัน 3 คน พี่ชายจึงบอกว่า

“ยังไงเราก็ต้องทำงานนี้ให้เสร็จ เพราะเขาไม่ได้จ่ายแค่ครึ่งนึง แต่จ่ายมาเต็มแล้ว” พี่ชายจึงคิดจะลองโทรหาเพื่อนอีกคนให้มาช่วย แต่บังเอิญว่าบ้านอยู่ไกลมานอกเมืองที่ตีนเขา เพื่อนพี่ชายเลยมาไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรงานก็ต้องเสร็จ แกก็พูดปลุกใจลูกน้องและบอกว่าแกจะไปทำในห้องน้ำนั้นเอง แกทำไปเรื่อยๆ

สักพักนึงก็ไม่มีอะไร จนทาสีเสร็จ ลูกน้องอีกสองคนที่อยู่ชั้นบนทาสีอยู่ อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้เป็นเสียงของเด็กทารก ช่วงเวลานั้นก็เป็นเวลา 5 ทุ่มแล้ว ส่วนงานก็เดินมาได้ครึ่งทางแล้ว เหลือเพียงเก็บงานเล็กๆ น้อยๆ แต่มีเสียงเด็กร้อง ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน จึงเดินลงมาถามพี่ชายว่า

“ได้ยินเสียงเด็กร้องมั้ยพี่” พี่ชายก็เดินขึ้นมาฟัง รอบแรกก็ไม่ได้ยินอะไร ทาสีไปเรื่อยๆ รอบสองลูกน้องก็มาตามว่า “ได้ยินเสียงมั้ย เสียงร้องไห้อีกแล้ว แต่มันเป็นเสียงเด็กนะพี่ มันอะไรวะพี่” เป็นเสียงเด็กร้องไห้โฮ พี่ชายก็ขึ้นไปและได้ยินเสียงนั้นจริง

จึงพาลูกน้องออกมาหน้าบ้านทั้งหมด หันหน้าไปทางบ้านแล้วก็ยกมือไหว้ท่วมหัว เพราะไม่มีธูป ก็บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางไปในจังหวะนั้นลมก็พัดแรงมาก และยิ่งได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้ “แง แง แง” ดังอยู่อย่างนั้น

ทุกคนก็ขวัญเสีย แต่เหลือกันแค่ 3 คนแล้ว ก็ต้องทำงานให้เสร็จ เพราะว่าเงินนั้นเยอะ เพราะอีกคนยอมไม่เอาเงินแล้วก็กลับ จากนั้นพี่ชายจึงบอกว่า

“ไป ไปทำงานต่อกันให้เสร็จ แต่จากนี้เราจะเกาะกลุ่มกันทาไม่แยกกันละ ตอนนี้เที่ยงคืนพยายามให้เสร็จก่อนหัวรุ่ง” จากนั้นทั้งหมดก็เกาะกลุ่มกันไปทาสีเรื่อยๆ เสียงเด็กหายไป พี่ชายก็เริ่มอุ่นใจแล้วว่าได้ขอเจ้าที่เจ้าทางแล้ว

แต่เรื่องมันไม่จบเท่านั้น ทุกคนอยู่บนบ้านชั้น 2 กันหมด อยู่ๆ มีคนเดินขึ้นบันไดมา เสียง “เต๊าะๆๆๆ” มันไม่ใช่เสียงเจ้าของบ้าน ทุกคนรู้ ทุกคนต่างหันหน้ามองกัน แล้วคือใครละ ทั้งที่สปอร์ตไลท์ส่องมาแต่ความกลัวก็ครอบงำ เสียงนั้นมาหยุดอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย พี่ชายกับลูกน้องก็เดินไปดู ทุกคนก็ช็อกทั้งหมด

เพราะภาพที่เห็นเป็นเด็กตัวเท่าหัวเข่าแต่น้ำหนักการเดินขึ้นบันไดเสียงดังคล้ายผู้ใหญ่ ทุกคนก็จับไม้จับมือกัน เด็กนั้นก็แค่เพียง 3 – 4 ขวบ แต่เดินขึ้นบันไดมาได้

และอยู่ในลักษณะของเด็กนุ่งโจงกระเบน ทุกคนอึ้งช็อกก้าวขาไม่ออก จากนั้นก็มีเสียงพังประตูหน้าบ้านเหมือนจะพังเข้ามาให้ได้ ทั้งที่ประตูบ้าน หน้าต่างทุกสิ่งเปิดอยู่ แล้วทั้งบ้านก็มีเสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นพร้อมกันทั้งบ้าน ส่วนเด็กคนนั้นหายไปแล้ว พี่ชายที่ได้สติก็บอกลูกน้อง

“ไป!! ออกไปหน้าบ้านก่อน!!” จากนั้นพี่ชายก็โทรหาเจ้าของบ้านเพื่อจะถามว่ามันคืออะไร เกิดอะไรขึ้น ที่บ้านหลังนี้มีอะไรหรือเปล่า เพราะงานก็ใกล้จะเสร็จแล้ว แต่ไม่ว่าจะกดโทรไปกี่สาย เขาก็ไม่รับสาย พี่ชายตัดสินใจว่าไม่ไหวแล้ว อยู่ไม่ได้ ที่เห็นเมื่อกี้ก็เกินกว่าจะรับได้แล้ว

ลูกน้องเองก็ขวัญเสียบอกว่ายอมคืนเงินทั้งหมด ไม่ทำละ ทั้งที่ตอนนั้นงานได้ 90 เปอร์เซ็นต์เหลือเพียงอีกนิดเดียว พี่ชายก็เห็นใจลูกน้องและด้วยเห็นมาด้วยตัวเองจึงตัดสินใจว่ายังไงเราก็ต้องกลับไปเอาของที่อยู่ในบ้าน เพื่อคืนของถ้าจะไม่เอาเงิน แต่ลูกน้องก็ยืนยันว่ายอมโดนหักเงินหรือยังไงก็ได้

แต่จะไม่เข้าไปในบ้านอีกแล้ว พี่ชายก็คิดว่าจะทำอย่างไรคงต้องรอให้ถึงเช้าเพื่อเคลียร์กับนายจ้างให้ได้เงินมาสักครึ่งก็ยังดี แต่นายจ้างก็ยืนยันแล้วว่าจะต้องเสร็จทั้งหมด ด้วยคนที่แนะนำนายจ้างมาก็รู้จักกันกับพี่ชายจึงมีการตกปากรับคำกัน แต่ทุกคนก็อยากชิ้ง เพราะไม่ไหว

ในช่วงเวลาตี 2 เกือบจะรุ่งในตอนนั้น ภาพที่เห็นก่อนที่จะขึ้นรถกะบะกลับมีคนเดินออกมาจากหลังบ้านด้วยเสียงเหยียบหญ้า ลูกน้องพี่ชายเองที่อยู่หลังกะบะแล้วก็เห็นภาพของผู้หญิงสูงกว่าบ้านสองชั้นเป็นคนแก่เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ บ้าน ภาพนั้นทุกคนช็อก

ยายแก่คนนั้นยืนจ้องมา พี่ชายถอยรถชนต้นไม้และรีบขับออกมา ลูกน้องคนนึงก็มีอาการจะกระโดดออกจากรถเพื่อวิ่งกลับ แต่ยายแก่คนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรแต่ด้วยตัวสูงเท่าบ้านทุกคนก็ตกใจ

สรุปเช้ามาเรื่องนี้จบลงโดยการที่พี่ชายยอมคืนเงินนั้นไป ไม่รับเงิน พร้อมกับว่ากล่าวนายจ้างไปอีกหลายคำ

หรือสามารถเข้ารับชมวีดีโอเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หรือสามารถสามารถชมเรื่องราวความหลอนอื่นๆได้ ที่นี่

#สัมภเวสีหรือผีเปรต #ผีเปรตสูงเท่าบ้าน #วิญญาณที่คอยมาของส่วนบุญ #ผีเปรตปากเท่ารูเข็ม

ขอขอบคุณภาพจาก

  • s.isanook.com
  • www.gangbeauty.com
  • i.ytimg.com
  • t1.blockdit.com
  • img.mthcdn.com
  • thestoryghost.com

สนับสนุนโดย

www.thaiseawstory.co
อ่านเรื่องเสียวได้ที่นี่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on reddit
Reddit