Ghost-Thai.com

เว็บรวม เรื่องผี ทั้งผีไทยและผีต่างประเทศ โดยบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์หลอนต่างๆที่ ทางบ้านส่งมาให้และเรื่องแต่ง เพื่อความบันเทิง 

“เหลือแค่ห้องเดียว”

“เหลือแค่ห้องเดียว”

เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ เช่าหอพัก อยู่ในกรุงเทพฯ โดยตัวเขาเองเรียนอยู่มหาลัยฯ แห่งหนึ่ง แต่หอพักนี้จะอยู่ไกลกันกับมหาวิทยาลัยออกไปเล็กน้อย ทุกวันศุกร์ที่เด็กกลับบ้านหอพักก็จะค่อนข้างเงียบ

เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ เช่าหอพัก อยู่ในกรุงเทพฯ โดยตัวเขาเองเรียนอยู่มหาลัยฯ แห่งหนึ่ง แต่หอพักนี้จะอยู่ไกลกันกับมหาวิทยาลัยออกไปเล็กน้อย ทุกวันศุกร์ที่เด็กกลับบ้านหอพักก็จะค่อนข้างเงียบ

เช่าหอพัก ควรต้องเช็คประวัติให้ดีก่อนที่จะเช่า เพราะไม่เช่นนั้นอาจเจอดีเช่นหญิงสาวรายนี้ ที่จะเล่าเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ที่ต้องระวังในการเช่าหอ ผู้หญิงคนนี้ก็ขับรถมอเตอร์ไซด์ไปจอดที่ลานจอดของหอพักแล้วก็สังเกตว่ามีแค่รถของเธอเพียงคันเดียว แต่เธอก็คิดว่าอาจจะมีเด็กห้องอื่นๆ อยู่ด้วยก็ได้ ตัวเธอเองก็ไม่แน่ใจอะไร

แต่ก็ดับเครื่องถือข้าวขึ้นหอไปบรรยากาศก็เงียบมากกว่าทุกวันที่มีเสียงดังเฮฮาของนักเรียน แต่วันนี้เงียบชนิดที่ว่าไม่ได้ยินแม้แต่เสียงทีวีหรือเสียงใคร ทั้งที่ปกติเดินขึ้นหอพักนี้ที่มี 4 ชั้นขึ้นมาต้องได้ยิน

เพราะผู้หญิงคนนี้ที่อยู่ชัั้น 4 และเธอก็สังเกตว่าตอนที่เดินขึ้นมาไฟมันมืดทั้งหมด ไม่มีคนเปิดไฟไว้เช่นทุกวัน แม้แต่คนดูแลก็ไม่ทราบว่าหายไปไหนกันหมด คล้ายหอนี้มีแค่เธอคนเดียวแล้วคนอื่นๆ กลับบ้านกันไปหมด ทั้งที่ทุกศุกร์ที่คนกลับบ้านแล้วคนน้อย แต่ก็ไม่น้อยขนาดที่ไม่มีใครอยู่เลยเช่นนี้

เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ เช่าหอพัก อยู่ในกรุงเทพฯ โดยตัวเขาเองเรียนอยู่มหาลัยฯ แห่งหนึ่ง แต่หอพักนี้จะอยู่ไกลกันกับมหาวิทยาลัยออกไปเล็กน้อย ทุกวันศุกร์ที่เด็กกลับบ้านหอพักก็จะค่อนข้างเงียบ

            เธอไขประตูเข้าไปในห้อง เปิดไฟ นั่งกินข้าวไปเรื่อยๆ อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นบันไดมา  ในชั้นของเธอเงียบกระทั่งได้ยินเสียงทุกอย่าง เธอจึงตั้งใจฟังดูว่าเสียงฝีเท้านั้นเป็นของห้องไหน.oชั้นนี้ หรืออาจจะพึ่งมีคนกลับมา แล้วเสียงเดินนั้นก็มาหยุดอยู่หน้าห้องของเธอ คล้ายเป็นเสียงลากเท้าเดินมาหยุดนิ่งอยู่ราว 5 นาทีกว่าๆ

เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ เช่าหอพัก อยู่ในกรุงเทพฯ โดยตัวเขาเองเรียนอยู่มหาลัยฯ แห่งหนึ่ง แต่หอพักนี้จะอยู่ไกลกันกับมหาวิทยาลัยออกไปเล็กน้อย ทุกวันศุกร์ที่เด็กกลับบ้านหอพักก็จะค่อนข้างเงียบ

เธอจึงตัดสินใจก้มดูตรงช่องประตู สิ่งที่ตกใจก็คือเธอเห็นเท้าของคนสองข้างชิดกันเหมือนคนยืนตรงเคารพธงชาติ ลักษณะเป็นเท้าซีดขาวเหมือนเท้าของคนแก่ยืนอยู่หน้าห้อง เธอก็คิดในใจว่า

            …เจ้าของห้องรึเปล่าวะ… แต่ไม่น่าใช่ เพราะเจ้าของหอไม่ได้แก่ขนาดนี้ เธอคิดในใจแต่ชักไม่แน่ใจว่าเป็นใคร อีกอย่างภาพที่เห็นเป็นเท้าเปล่า ทั้งนี้ก่อนนี้ที่ได้ยินเสียง เสียงเป็นเหมือนคนใส่รองเท้าขึ้นมา คล้ายเสียงรองเท้าคัทชู เธอเริ่มสงสัยว่าเขามาหน้าห้องทำไม

หรือเพราะก่อนหน้านั้นที่เธอกลับมาแล้วไฟที่เปิดระหว่างบันไดมันมืด แต่เธอก็ไล่เปิดมาจนหมด ทำให้มองหน้าห้องเห็น เธอก็ยังสงสัยว่าคืออะไร เพราะอยู่หอนี้มานาน แต่ไม่เคยเจอสิ่งผิดปกติแบบวันนี้  เธอจึงตัดสินใจเปิดประตู 

แม้ตอนแรกคิดจะโทรหาเพื่อนเผื่อเป็นโจร แต่เธอก็เห็นกับตาว่าเป็นเท้าของผู้หญิงแก่ เพราะช่องใต้ประตูก็ค่อนข้างกว้างพอสมควร พอมองได้

            เธอด้วยความอยากรู้ว่าเป็นใครก็เปิดประตูดู จะได้รู้ว่าตัวเองปลอดภัยไม่ใช่โจร แต่แค่เพียงจังหวะแปบเดียวตรงนั้น เธอกลับเปิดออกไปไม่เจอใคร ถ้ามีคนจริงๆ ก็น่าจะต้องเห็นไม่ว่าจะเดินไปห้องอื่นหรือยังไง

ในตอนนั้นคำถามเริ่มผุดขึ้นมาในใจเป็นร้อยว่าฉันกำลังเจอกับอะไรอยู่ พอเธอรู้ว่าตัวเองเจอแบบนั้นจึงตัดสินใจโทรหาแฟน เล่าเรื่องให้แฟนฟัง

เพราะแฟนอยู่ที่นนทบุรี ถ้าแฟนมาได้เธอก็อยากให้แฟนมา เธอก็เล่าเหตุการณ์ให้แฟนฟัง แล้วแฟนก็ปลอบใจว่าอาจจะเป็นคนขึ้นมานั้นนี่ แต่เธอรู้ว่ามันไม่ใช่ ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ไวแบบนั้น

            จังหวะที่เธอกำลังคุยกับแฟน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู “ตึก ตึก ตึก!!!” เธอก็หยุดนิ่ง แฟนของเธอก็ได้ยิน จึงบอกให้เธอไปดูตรงช่องประตูเสียก่อน เผื่อว่าอาจจะมีใครแกล้งเล่นพิเรน เธอก็ไปดูปรากฏว่าเป็นเท้าๆ เดิม ที่เธอไม่รู้ว่ามาจากไหน เธอก็คิดว่ามาอีกแล้วไม่รู้ว่ากูโดนแกล้งหรือโดนอำ

แฟนของเธอก็บอกให้เปิดประตูดูอีกรอบเพื่อความชัวร์และบอกว่าถ้ายังไม่ใช่ เดี๋ยวจะขับรถไปหาทันที เธอก็รู้สึกว่าเสี่ยง เท้านั้นยืนชิดเหมือนเดิม แต่พอเปิดไปไม่เจอใคร!! แต่มาแปลกที่ขึ้นมาเคาะประตู ตัวเธอเริ่มอารมณ์เสีย เธอจึงเริ่มไล่ฟังเสียไปทีละห้องว่ามีใครอยู่ห้องไหน แล้วจึงเดินลงไปดูชั้นล่างก็ยังไม่มีรถมาจอดสักคัน

เธอจึงบอกให้แฟนวางสาย เพราะจะโทรไปหาเจ้าของหอพัก แต่กลับกลายเป็นโทรไปติด!! เธอจึงโทรไปบอกกับแฟนว่าคงอยู่ไม่ติดแล้ว เดี๋ยวจะขึ้นไปเอาของและไปนอนที่ห้องแฟนแทน จึงบอกว่าแฟนไม่ต้องมาแล้ว

            จังหวะที่ขึ้นไปบนห้องเก็บของ เก็บกุญแจ อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนมายืนสวดมนต์อยู่หน้าห้อง เป็นเสียงคนแก่ผู้หญิงสวดมนต์สักอย่าง เธอจึงตัดสินใจโทรไปบอกแฟนอีกรอบ พลางเอาโทรศัพท์ยื่นไปตรงประตูแล้วถามแฟนว่าได้ยินเหมือนที่ตัวเองบอกมั้ย

แต่แฟนบอกว่าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เสียงสวดมนต์นั้นยังลอดผ่านมาตรงช่องประตู แต่เธอไม่ได้ก้มดูอีก ด้วยเพราะขวัญเสียจากเสียงนั้น เสียงนั้นยังคงดัง แฟนของเธอจึงบอกว่าให้รออยู่ตรงนั้น แต่เธอที่รู้ว่าทั้งหอมีแค่ห้องเธอห้องเดียวที่เหลือไม่รู้ไปไหนกันหมด เธอก็อยู่ไม่ติดที่ ด้วยรู้สึกว่าถ้าให้แฟนมาก็ไม่รู้จะต้องมาเจออย่างนี้ด้วยรึเปล่า

เธอตัดสินใจเอามือทุบประตูเสียงดัง “ปัง!!!” และบอกว่า

“เงียบเดี๋ยวนี้นะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” แต่เธอก็ยังกลัว เสียงนั้นหายไปจริงๆ เธอแง้มประตูเปิดออกดูแล้วว่าไม่มีใคร เธอจึงใส่รองเท้า หยิบกุญแจรถ ปิดประตูแล้วจึงเดินลงมา แต่อยู่ๆ ไฟทั้งหอดับทั้งหมด ฟึบ!!!! เธอตกใจ

แต่ก็ตัดสินใจวิ่งลงบันไดทันที แต่เสียงสวดมนต์ของคนแก่ ดังตั้งแต่ชั้น 4 ลงมาถึงชั้นแรก เธอวิ่งแบบคนที่แทบกระโดดลงมาจากบันได เสียงสวดมนต์นั้นดังกังวานทั้งตึก เธอไม่มีสติที่จะสตาร์ทรถ แต่แค่จะวิ่งออกมาจากหอเท่านั้น

ขณะที่เธอเดินออกมาจากหอ ไฟก็ยังคงดับอยู่ เธอก็เดินออกมาเรื่อยๆ แล้วบอกให้แฟนมารับ รุ่งเช้าถามเจ้าของหอ เขาก็ยืนยันแค่ว่าไม่มีอะไรเป็นปกติที่เด็กกลับบ้านเสาร์อาทิตย์แค่นั้น

หรือสามารถเข้ารับชมวีดีโอเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หรือสามารถชมเรื่องรางความหลอนอื่นๆได้ ที่นี่

#หอพักผีสิง #เสียงสวดมนต์หลอนๆ #เรื่องราวความหลอนของหอพัก

ขอขอบคุณภาพจาก

  • resource.nationtv.tv
  • www.khaosod.co.th
  • www.the-shock.com
  • s3.theasianparent.com
  • c.min.ms
  • jediyuth.files.wordpress.com

สนับสนุนโดย

www.thaiseawstory.co
อ่านเรื่องเสียวได้ที่นี่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on reddit
Reddit