Ghost-Thai.com

เว็บรวม เรื่องผี ทั้งผีไทยและผีต่างประเทศ โดยบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์หลอนต่างๆที่ ทางบ้านส่งมาให้และเรื่องแต่ง เพื่อความบันเทิง 

“กูอยากเจอผี”

“กูอยากเจอผี”

โบราณว่า อย่าท้าทาย ในสิ่งที่ตามองไม่เห็นเพราะ คุณอาจจะเจอดีเข้าสักวันในโลกของดวงวิญญาณมันคือโลกของความลึกลับและความน่ากลัว

โบราณว่า อย่าท้าทาย ในสิ่งที่ตามองไม่เห็นเพราะ คุณอาจจะเจอดีเข้าสักวันในโลกของดวงวิญญาณมันคือโลกของความลึกลับและความน่ากลัว

เรื่องนี้เป็นเรื่องของทหารพรานที่ตั้งป้อมอยู่ในป่าลึกระหว่างชายแดนไทย – กัมพูชา กลุ่มทหารเหล่านี้ต้องมาทำหน้าที่รักษาการอยู่ภายในป่า พวกเขาเป็นกลุ่มทหารใหม่กลุ่มหนึ่งจำนวนเกือบสิบนายเข้ามาอยู่ในหน่วยนี้ ด้วยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้อมูลของทหารชุดก่อนและด้วยไม่ชำนาญทาง

สำหรับกลุ่มทหารใหม่ก็ถือเป็นเรื่องท้าทาย แปลกใหม่ ไม่ได้เกรงกลัวเรื่องลี้ลับใดๆ ด้วยมาจากหน่วยในเมืองแล้วต้องมาสลับวนกันอยู่กับหน่วยอื่น เพื่ออยู่ในป้อมป่าแห่งนี้ ที่จะไม่มีหน่วยไหนอยู่ประจำ 

            ในช่วงเวลาที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยทหารเดิมที่อยู่ก่อนหน้า ผู้กองหน่วยทหารเดิมบอกว่า “ให้สวดมนต์ก่อนนอน ขอเจ้าป่าเจ้าเขาทุกคืน และให้ย้ำเกรงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ เพราะน่ายำเกรงมากกว่าสิ่งที่เราต้องไปเผชิญ สู้รบ เพื่อปกป้องประเทศเสียอีก ขอให้ทุกคนรู้ไว้ด้วยว่าในป่านี้อะ ไม่ธรรมดา!”

รองผู้กองหน่วยใหม่ที่ฟังไปนั่งดูดบุหรี่ไปก็หัวเราะในลำคอ หึหึ เพราะไม่เชื่อ ผู้กองหน่วยเดิมที่เห็นก็หันหน้ามามองพรางคิดว่า …มึงนี่ไม่มีมารยาทเลย พวกทหารหน่วยใหม่นี้ไม่มีใครฟังในสิ่งที่กูพูดเลย… จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไร แต่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันต่อ

ก่อนจะแยกย้าย รองผู้กองหน่วยใหม่ก็พูดกับลูกน้องในหน่วยตัวเองว่า “เดี๋ยวคืนนี้กูจะไม่สวดมนต์อะไรทั้งสิ้น ใครกลัวก็ไม่ต้องตามมากับกูตอนลาดตระเวน ใครกลัวมุดหัวอยู่ในเต็นท์ไปเลย!!” ในตอนนั้นก็มีทั้งคนกลัวและไม่กลัว

กระทั่งช่วงเวลาราวตี 2 – ตี 4 กลางดึกที่ต้องสลับกันไปลาดตระเวน ผู้กองหน่วยเก่าก็ยังเดินมาเตือนรองผู้กองหน่วยใหม่อีกว่า

โบราณว่า อย่าท้าทาย ในสิ่งที่ตามองไม่เห็นเพราะ คุณอาจจะเจอดีเข้าสักวันในโลกของดวงวิญญาณมันคือโลกของความลึกลับและความน่ากลัว

“ทำตามที่เขาพูดมาเถอะ คนเก่าที่เขาบอกผมว่าอยู่รอดมาได้ก็เพราะเขาสวดมนต์นะ”

รองผู้กองหน่วยใหม่ก็ได้แต่พยักหน้า หันไปยิ้มกับลูกน้อง จากนั้นก็มีการแบ่งทีมลาดตระเวนออกเป็นลูกทีม 4 คน พร้อมรองผู้กองหน่วยใหม่คนนี้อีกคน เขาพูดขึ้นว่า

“มึงเชื่อมั้ย ตั้งแต่เด็กจนโตละ ต้นตระกูลกูก็เป็นทหารกันมาตลอด ไม่เคยมีใครบอกเรื่องแบบนี้กับกูนะ กูไม่แขวนของขลัง กูเชื่อแค่ตัวกูเองเท่านั้น มึงเชื่อมั้ยยุคนี้มันไม่มีหรอกของอย่างนั้น” รองผู้กองคนนี้พยายามพูดปลุกใจลูกน้องของเขา แต่ในป่ามันมีลักษณะเช่นนี้มาแต่โบราณ ไม่ว่าจะผ่านกี่สงครามโลกคนมักจะยำเกรงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในป่าเสมอ

ต่อมาเมื่อพวกเขาตั้งแคมป์ตรงจุดพักระหว่างลาดตระเวน บริเวณผา รองผู้กองหน่วยใหม่คนนี้ก็ตะโกนออกไปด้วยเสียงที่ดังจนลูกน้องตกใจ เพราะเขาตะโกนว่า

“กูอยากเจอผีโว้ยยยยยยย!!!!!”  เสียงนั้นก้องดังออกไป แล้วเขายังหันหน้ามาหัวเราะกับลูกน้อง พรางจุดบุหรี่และพูดว่า

“กูบอกแล้วว่าไม่มีอะไร เชื่อเถอะป่ามันก็เหมือนกันทุกป่าอะแหละ” ตอนนั้นไม่มีใครพูดอะไร ระหว่างที่นั่งพัก อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคล้ายน้ำป่าไหลหลากดังมาทางที่พวกเขานั่ง

โบราณว่า อย่าท้าทาย ในสิ่งที่ตามองไม่เห็นเพราะ คุณอาจจะเจอดีเข้าสักวันในโลกของดวงวิญญาณมันคือโลกของความลึกลับและความน่ากลัว

“เสียงอะไรวะ” มีเสียงถามกัน แล้วทุกคนก็ลุกขึ้นเอาปืนประทับไว้บนบ่า รองผู้กองที่ส่องไฟฉายดูไปทั่วก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร ไม่มีแม้แต่เสียงลม แต่เสียงที่ดังคล้ายน้ำป่าถล่มหรือคลื่นทะเลยังคงดังอย่างน่ากลัว ลูกน้องก็สติแตกร้องถามกันว่า “เฮยอะไรวะ” รองผู้กองจึงบอกว่า      “ตั้งสติ มันอาจจะเป็นเสียงลมที่มาก่อนฝนจะตกรึเปล่า”

หลังจากสาดส่องไฟฉายจนทั่ว เขาจึงสั่งลูกน้องให้เดินลงจากผาเสียก่อน ทุกคนก็เดินลงกันมา พร้อมกับเสียงปริศนาที่หายไป

ลูกน้องทั้งหมดตอนนั้นเริ่มสั่น ขวัญผวากลัว แต่รองผู้กองคนนี้ก็บอกกับลูกน้องว่า

“มันอาจจะเป็นเสียงลมหรืออะไรสักอย่างนึง คืนนี้เราจะเดินลาดตระเวนกันไปเรื่อยๆ ถ้าพวกมึงกลัวไม่ต้องหยุดพักก็แล้วกัน!! งั้นเดินกันไปเรื่อยๆ เอาเท่าที่ไหว”

ระหว่างเดินลงภูกันมาเรื่อยๆ ก็มาหยุดกันอยู่ที่ปากถ้ำแห่งหนึ่งเพื่อดื่มน้ำ ขณะที่รองผู้กองกำลังจะหยิบบุหรี่ออกมาดูด แต่จุดไฟเช็กเท่าไรก็ไม่ติด แม้แต่เปลี่ยนไปยืมของลูกน้องก็ยังไม่ติด ได้แต่คิดว่ามันเป็นเพราะอากาศชื้นหรืออะไรก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ด้วยความโมโห เขาก็เขวี้ยงไฟเช็ก!! เพราะจุดไปกี่อันก็ไม่ติด

“แม่ง!! อะไรวะ เปียกฝนก็ไม่เปียก อากาศก็ไม่ชื้นจุดไม่ติดได้ยังไงวะ” เขาสบถ เขวี้ยงไฟแช็กออกไป แต่แล้วไฟแช็กนั้นกลับถูกโยนกลับเข้ามา ปาเข้าไปตรงหมวกเหล็กส่วนหัวของเขา!! โดยใครเป็นคนโยนกลับเข้ามาก็ไม่รู้ เขาขึ้นประทับปืน พลางเปิดไฟฉายถามว่า

“เฮยใครวะ!!” ด้วยลูกน้องทั้งหมดเห็นภาพที่ไฟแช็กถูกเขวี้ยงกลับเข้าพร้อมกัน จากนั้นก็มีเสียงปริศนาดังมาจากปล่องถ้ำที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก มันเป็นเพียงปล่องถ้ำช่องเขาเล็กๆ เสียงนั้นเป็นเสียงผู้หญิงพูดพร้อมกันกับเสียงผู้ชายพูดว่า

“มึงอยากเจอกับกูใช่มั้ย!!!!” จากนั้นทุกคนก็หันไปส่องทั้งปืนและไฟฉายไปที่ปล่องของถ้ำพร้อมกัน รองผู้กองสั่งให้ลูกน้องสองคนชุดแรก เข้าไปดู แล้วทั้งสองคนนั้นก็หายไป เมื่อให้อีกสองคนเข้าไปอีก ก็หายไปอีก จึงถึงคราวที่เขาต้องเข้าไปดูเองว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะลูกน้องหายเข้าไปในช่องถ้ำ

แต่กลับหายไปทั้งที่ไม่มีเสียงปะทะใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อแกเดินตามลูกน้องเข้าไปนึกจะลองวอวิทยุ แต่กลับนึกได้ว่าฝากวอไว้กับลูกน้อง แกจึงเดินเข้าไป แล้วกลับต้องตกตะลึง เพราะมองเห็นว่าลูกน้องกำลังนั่งเรียงแถวกราบอะไรบางอย่างกันอยู่ทั้งหมด ไม่มีใครกล้าขยับหน้าขึ้นมา

“เฮยพวกมึงเป็นอะไร” เขาถาม แต่ลูกน้องกลับตัวแข็งในท่านั่งกราบ สักพักอยู่ๆ ก็มีเสียงพูดวนอยู่ในโถงถ้ำด้วยภาษาขอมหรือภาษาอะไรสักอย่าง เสียงนั้นพูดคล้ายสวดบางอย่างไปด้วย

“เหี้ย ใครวะ!!” รองผู้กองคนนี้สบถ เขาเริ่มเสียขวัญที่เห็นลูกน้องเป็นอย่างนั้น เขาจึงตัดสินใจยิงปืนมั่วไปในถ้ำ …ปัง ปัง ปัง!!!… เสียงปืนดังสนั่น แต่ไม่สามารถดังกลบเสียงปริศนาที่ดังอยู่ภายในถ้ำได้ เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนแสบแก้วหู รองผู้กองคนนี้ต้องยกมือขึ้นมาปิดหู

สักพักรองผู้กองคนนี้ก็รู้สึกว่ามีใครบางคนเดินมาด้านหลัง เขาจึงจับไฟฉายสาดไปมองเห็นว่ามีร่างผู้ชายตัวสูงประมาณ 195 เซนฯ สวมมงกุฏโบราณคล้ายของคนกัมพูชา ชายคนนั้นแต่งองค์ทรงเครื่องดูรู้ เพราะไม่คล้ายคนไทยสักเท่าใด ส่วนผิวเป็นสีเขียวขี้ม้า

บนร่างมีสร้อยสังวาลเต็มไปหมด สวมใส่โจงกระเบน แต่ไม่ใส่รองเท้า เขาไว้หนวดม้วนจนดูน่ากลัว ชายคนนี้มายืนเท้าสะเอวมองหน้าแก พรางหายใจแรงๆ ใส่ แกถึงกับช็อกกับภาพตรงหน้า!! ไฟฉายและปืนตกลงจากมือ เขาล้มเข่าลงด้วยอาการใจสั่น เมื่อไฟไม่ได้สาดส่องไปที่ชายปริศนาคนนี้ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน

รองผู้กองคนนี้ยังพยายามจะหยิบไฟฉายขึ้นมาส่อง แต่เขากลับไม่มีเรี่ยวแรง จากนั้นร่างของชายคนนั้นก็ก้มลงมาจนใบหน้าใกล้จะชิดกับรองผู้กองคนนี้ ชายคนนั้นยิ้มและพูดด้วยเสียงที่เปล่งออกมาเป็นเสียงชายปนเสียงผู้หญิงว่า

“มึงอยากเจอกับกูใช่มั้ย!!!!!!” จากนั้นรองผู้กองคนนี้ก็ล้มหมดสติไป เขามารู้ตัวอีกครั้งในตอนเช้าที่ลูกน้องลากร่างของเขาออกมา ส่วนที่ป้อมหน่วย เมื่อเห็นว่าทหารใหม่กลุ่มนี้ไม่ได้กลับไปในเวลาตี 4 พวกเขาจึงออกตามหา

สุดท้ายเขารู้สึกตัว ก็เห็นว่าทุกคนมามุงดูที่เขา แต่ตัวเขายังขยับตัวไม่ได้ ทุกคนจึงทำเปลหามกลับไปยังป้อม จากนั้นจึงไปตามหมอผีของคนแถวนั้นมาแก้ให้ แล้วรองผู้กองคนนี้จึงกลับมาเป็นเหมือนเดิม โดยที่หมอผีบอกว่า

“โดนผีป่าเล่นเข้าให้” เขามารู้ทีหลังว่าลูกน้องก็เจอดีกันหมดเช่นกัน หลังจากนั้นรองผู้กอง รวมถึงลูกน้อง 4 คน ที่เจอเรื่องนี้ด้วยกันก็ตัดสินใจลาออกจากทหารทั้งหมดในวันนั้นเลย!! 

หรือสามารถเข้ารับชมวีดีโอเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หรือสามารถชมเรื่องราวความหลอนอื่นๆได้ ที่นี่

#ผีนักรบโบราณ #ผีชุดไทยโบราณ #ผีป่าผีเขา

ขอขอบคุณภาพจาก

  • jediyuth.files.wordpress.com
  • 3.bp.blogspot.com
  • image.dek-d.com
  • fbi.dek-d.com
  • xfile.teenee.com
  • i.joylada.net
  • s359.kapook.com
  • i.ytimg.com

สนับสนุนโดย

www.thaiseawstory.co
อ่านเรื่องเสียวได้ที่นี่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on reddit
Reddit