Ghost-Thai.com

เว็บรวม เรื่องผี ทั้งผีไทยและผีต่างประเทศ โดยบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์หลอนต่างๆที่ ทางบ้านส่งมาให้และเรื่องแต่ง เพื่อความบันเทิง 

“ขยับไม่ได้”

“ขยับไม่ได้”

ในบ้านทุกหลังจะต้องมีเจ้าที่หรือ ผีบ้านผีเรือน ยิ่งเป็นบ้านไทยโบราณแล้วยิ่งมีความขลังและแฝงไปด้วยความน่ากลัวกับความหลอน คนแก่เขาไม่ให้ลขหลู่นะ

ในบ้านทุกหลังจะต้องมีเจ้าที่หรือ ผีบ้านผีเรือน ยิ่งเป็นบ้านไทยโบราณแล้วยิ่งมีความขลังและแฝงไปด้วยความน่ากลัวกับความหลอน คนแก่เขาไม่ให้ลขหลู่นะ

ผีบ้านผีเรือน มีอยู่จริงนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่มีนิสัยหัวร้อน เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีค่ำคอ เป็นคนไม่ยอมคน ใครพูดอะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ได้ ไม่กลัวหน้าอินหน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น

            กระทั่งมีอยู่วันหนึ่งหนุ่มหัวร้อนคนนี้ไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อน คล้ายจะเป็นวันเกิดใครสักคนในกลุ่ม แต่พอตัวเขาก็เริ่มเมาก็เริ่มพูดจาสามหาว ทำกร่าง และยังถูกเพื่อนในวงเหล้าพูดทาบทามว่า “เฮยมึงอะแม่งเจ๋งนัก เจ๋งหนา สดมาตั้งแต่เรียนละ สมัยเรียนก็ไม่กลัวใคร มีปัญหาอะไรก็เป็นคนเปิดก่อนตลอด เดี๋ยวพักร้อนเมื่อไร ไปแคมป์ปิ้งกันที่บ้านยายกูแล้วกันนะ มึงห้าวนักเดี๋ยวกูจะให้มึงไปที่นี่!!”

ด้วยชายคนนี้เป็นคนประเภทที่เพื่อนพูดยุอะไรก็มักจะยุขึ้น ทำตามที่เพื่อนบอก แต่ที่จริงในสายตาเพื่อนเขาก็เป็นเพียงคนโง่คนหนึ่งที่ใครท้าว่า กล้าเปล่า… เอาเปล่า… ก็จะรับท้าเพื่อนอยู่ตลอด พอได้ยินแบบนั้น เขาจึงตอบกลับไปว่า “เอาดิ!!! ผีที่ไหน ไม่มีใครที่ไหนล้มกูได้ มึงให้กูไปตั้งวงในป่าช้ายังได้เลย กูเอาตอนนี้ก็ยังได้เลย…”

“เออได้… มึงเจอกันพักร้อน!!”

ในบ้านทุกหลังจะต้องมีเจ้าที่หรือ ผีบ้านผีเรือน ยิ่งเป็นบ้านไทยโบราณแล้วยิ่งมีความขลังและแฝงไปด้วยความน่ากลัวกับความหลอน คนแก่เขาไม่ให้ลขหลู่นะ

ด้วยทั้งกลุ่มทำงานอยู่ที่เดียวกัน เมื่อผ่านไปราว 2 สัปดาห์ ทั้งหมดก็ไปแคมป์กัน 4 คน โดยบ้านยายของเพื่อนที่ชวนนั้นมีอายุที่อยู่มานานหลายรัชกาล ด้วยเป็นบ้านที่สร้างมานานคล้ายพวกบ้านอายุร้อยปี แต่บ้านหลังนี้อยู่ในป่าและติดพื้นที่อุทยานอีกด้วย สำหรับเพื่อนคนที่ชวนมานั้น ใจนึงที่พูดทาบทามเพื่อนก็แอบเป็นห่วงว่าเพื่อนที่หัวร้อนจะเล่นอะไรพิเรน พลางคิดว่ามึงต้องเจอดีแน่นอน ถ้าเล่นอะไรไม่เข้าท่า

เมื่อไปถึงบ้านในป่าหลังนี้ ก่อนจะเข้าไปในบ้าน เพื่อนคนที่ชวนก็พูดว่า “เป็นไงละ นี่ละบ้านร้อยปีที่บอก รู้สึกเป็นไงบ้าง”

“โอเคร๊.. กูนอนที่ไหนก็ได้ ก็กูบอกมึงแล้วพร้อมชนหมดกับของแบบนี้อะ” ชายหนุ่มที่หัวร้อนก็ตอบไปเช่นนั้น ทั้งที่ขณะยืนดูบ้านในใจลึกๆ ของเขารู้สึกเหวอ เพราะไม่ได้คิดว่าภาพของบ้านจะมีความขลัง แลดูน่ากลัวมาก ด้วยมีความเก่าแก่ บ้านดูดุ

ส่วนลักษณะของบ้านเป็นบ้านทรงไทยที่มีลานกว้างด้านหน้าและยกสูง ส่วนนี้ที่คล้ายระเบียงเพื่อนก็มานั่งเล่าประวัติของบ้านให้ฟังว่ามีมีดดาบของคนในสมัยก่อน มีปืนผาหน้าไม้สมัยก่อนๆ รวมถึงมีรูปภาพของญาติพี่น้องเพื่อนคนนี้ในแต่ละยุคถูกเก็บเอาไว้ภายในบ้านหลังนี้ จากนั้นทุกคนก็เข้าไปภายในบ้านจัดแจงข้าวของที่นอน

ในบ้านทุกหลังจะต้องมีเจ้าที่หรือ ผีบ้านผีเรือน ยิ่งเป็นบ้านไทยโบราณแล้วยิ่งมีความขลังและแฝงไปด้วยความน่ากลัวกับความหลอน คนแก่เขาไม่ให้ลขหลู่นะ

ก่อนที่จะมานั่งตั้งวงกันกับเพื่อน ชายหัวร้อนคนนี้ก็เดินไปเจอเสาตกน้ำมันของบ้าน เป็นลักษณะสีดำสนิทอยู่กลางบ้าน แต่ไม่มีผ้าโผกสี ใจนึงชายคนนี้ก็เริ่มจะขวัญเสีย ไม่ค่อยกล้าที่จะพูดอะไรออกมา เพราะไม่เคยไปที่ไหนแล้วน่ากลัวแบบที่นี่ มีความรู้สึกว่าบ้านหลังนี้พาให้จิตตกอาจจะด้วยลักษณะของบ้านทรงไทยที่อยู่มานาน แต่กลับยังแข็งแรงอยู่ได้ด้วยสร้างมาจากไม้สักทั้งหลัง

เมื่อมาถึงวงที่เพื่อนนั่งดื่มกินกัน เพื่อนก็ถามว่า “เป็นไงมึง เดินดูสภาพบ้านยัง เห็นโอ่งที่อยู่ในห้องน้ำเปล่า มึงรู้เปล่าโอ่งนั้นแม่งอยู่มาตั้งไม่รู้เท่าไรแล้ว อยู่มาก่อนพวกเราจะเกิดอีกนะเว้ย” แล้วเพื่อนก็ยังนั่งเล่าเกี่ยวกับบ้านต่อ ส่วนชายหัวร้อนคนนี้ก็เริ่มหน้าเสีย เพื่อนจึงถามว่า

“ไง มึงโอเครึเปล่าหลังนี้!?”

“โอเค ก็ได้อยู่…”

ในบ้านทุกหลังจะต้องมีเจ้าที่หรือ ผีบ้านผีเรือน ยิ่งเป็นบ้านไทยโบราณแล้วยิ่งมีความขลังและแฝงไปด้วยความน่ากลัวกับความหลอน คนแก่เขาไม่ให้ลขหลู่นะ

“ก็นั่งกินปกติดิวะ ทำไมมึงพูดน้อยจังวะ กูบอกมึงแล้วใช่มั้ยที่นี่ไม่เหมือนที่ไหน จ้างนักข่าวมาทำข่าวยังไม่มาเลยหลังนี้อะ ไม่มีใครกล้ามาทำรายการบ้าบออะไรทั้งนั้น ปู่ของกูนะเคยบอกว่าโอ่งที่พวกมึงเห็นนะสมัยญี่ปุ่นจะมาเอาอะ ไอเหี้..ยกไปเท่าไร พยายามจะขนโอ่งใบนี้ออกจากบ้านเนี่ย เอาไปเท่าไร โอ่งขยับไม่ได้เลย แล้วมึงเชื่อปะทหารญี่ปุ่นตกค่ำมาพักอยู่ที่นี่เว้ย กูก็ไม่รู้นะว่ามาพักอยู่นี่ได้ไงอะ อยู่ๆ โอ่งใบนั้นก็กลิ้งได้เว้ย กลิ้งมาหาพวกทหารญี่ปุ่นอะ นึกออกมั้ย จังหวะที่กลิ้งอะก็มีเสียงคนหัวเราะมาด้วยนะเว้ย มาพร้อมกับโอ่งใบนั้นเลยเว้ย ทหารญี่ปุ่นก็กระเจิงหมด ไม่มีใครที่จะเอาของในบ้านหลังนี้ไปได้เว้ย เพราะฉะนั้นพวกมึงอย่าคิดแตะต้องของอะไร ถ่ายรูปได้ มึงระวังติดไปละกัน ติดอะไรก็ลองถ่ายดู!”

ระหว่างนั่งกินกันต่อเพื่อนก็ยังเล่าแต่ละเหตุการณ์ที่เคยเกิดในบ้านหลังนี้ เช่น

“…ข้าวของในบ้านขยับเอง หรือแม้แต่พิณในบ้าน วันดีคืนดีก็มีคนได้ยินเสียงเล่นเอง พอออกมาดูก็เห็นเป็นผู้หญิงนั่งเล่นพิณอยู่ ใส่ชุดไทยเต็มยศ แล้วที่เหี้..กว่านั้นมันเหมือนทำให้ไหลตาม ใครเห็นผู้หญิงรำอยู่ก็จะต้องเดินเข้าไปรำกับเขาด้วย คลิปที่มีคนถ่ายติดไว้ ญาติกูที่ไปรำตามผีก็ยังมีเลย! มีอยู่…”

ชายที่หัวร้อนได้ฟังเรื่องราวของบ้านหลังนี้ก็ทำให้ขวัญเสีย ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและคิดว่าเป็นเพราะบ้านหลังนี้มีพลังงานบางอย่าง ครั้นทุกคนเริ่มเมา ชายหัวร้อนคนนี้ก็ไม่กล้าเมาด้วยความที่กลัว ส่วนเพื่อนที่เป็นเจ้าของบ้านก็ไม่ได้กลัวอะไรด้วยความชินและได้ยกมือไหว้ก่อนเข้ามา ส่วนตัวชายคนนี้ไม่ได้ยกมือไหว้ ครั้นถึงเวลาแยกย้ายกันเข้านอน ชายหัวร้อนคนนี้ก็มาแอบพนมมือ บอกว่า “ถ้าผมล่วงเกินอะไรไปก็ขอโทษด้วย…” ตามด้วยคำพูดต่างๆ นาๆ

ตกดึกคืนนั้น ขณะที่เข้านอนรวมกับเพื่อนคนอื่นๆ ชายคนนี้ซึ่งนอนริมรู้สึกปวดฉี่ก็ไม่กล้าลุกขึ้นไปฉี่ จังหวะที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นก็ได้ยินเสียงคนอยู่ในบ้านเต็มไปหมด ทั้งเสียงเดินทำนู้นทำนี่ เสียงเลื่อนข้าวของ เสียงกระจัดกระจาย ทั้งที่ในบ้านมีกันแค่ 4 คน และถ้ามีคนตามมาจริงกว่าจะเข้ามาถึงบ้านในป่าแทบเป็นไปไม่ได้ ตัวชายหัวร้อนคนนี้ก็เริ่มรู้แล้วว่าตัวเขากำลังจะเจอกับอะไร แต่ก็ไม่กล้าเรียกเพื่อนกลัวจะเสียศักดิ์ศรีโดนเพื่อนล้ออีก

จังหวะที่ชายคนนี้กึ่งหลับกึ่งตื่นจะหลับตาลง เขาก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างมาสัมผัสแก้มทั้งสองแก้ม เหมือนมาลูบแก้ม ค่อยๆ ลูบ ตัวชายคนนี้ที่สะลึมสะลือก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นผู้หญิง อยู่ในลักษณะกลับหัวกลับหางคนละทางกับที่ชายคนนี้นอน พลางแหงนหน้ามาลูบแก้ม คล้ายกับว่าเธอเป็นผีบ้านผีเรือนที่เพื่อนเล่าว่ามานั่งเล่นพิณ

ชายคนนี้คิดว่าน่าจะใช้ตนเดียวกัน ใบหน้าผีตนนี้เป็นหน้าขาวแต่ทาลิป เธอกำลังยิ้มมาให้ แต่ไม่ใช่ยิ้มสวาทเป็นยิ้มที่สยองมากๆ ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ เป็นยิ้มยาว ส่วนสายตายังคงนิ่งจ้องมา ชายคนนี้แทบขวัญเสียจะตะโกนก็ทำไม่ได้!! ขยับก็ขยับไม่ได้.. พยายามตะเกียกตะกายเท่าไรกลับรู้สึกว่าเพื่อนอีก 3 คน ไม่ได้อยู่ตรงจุดนี้ด้วยเลย มีแค่ความรู้สึกว่างเปล่า เหมือนตัวเขาเองอยู่กับแค่ผีตนนั้นที่จ้องหน้าอยู่นานนับสิบนาที

เมื่อรู้สึกว่าไม่ค่อยไหวแล้ว แต่เขายังรู้สึกว่าแก้มถูกสัมผัสด้วยมือที่เย็นคล้ายเป็นมือที่ไปแช่น้ำแข็งมาจับ จนตัวเขารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว ก่อนที่เขาจะนึกถึงพ่อกับแม่ แม้ปากผู้หญิงคนนั้นไม่ได้พูด แต่กลับมีเสียงกระซิบข้างหูว่า …จะอยู่ที่นี่มั้ย!?…

จากนั้นชายคนนี้ก็กระตุก ปึง!! คล้ายจิตจะหลุด แต่เขากลับได้สติ ทั้งที่ยังรู้สึกได้ถึงความเย็นจากมือที่มาสัมผัสแก้ม เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

รุ่งเช้ามาชายหัวร้อนคนนี้ไม่สบายไปเลย จึงตัดสินใจเล่าเรื่องที่เจอให้เพื่อนฟัง ด้วยกลัวว่าสิ่งนี้จะตามไปที่บ้าน จากนั้นเขาก็เปลี่ยนไปจากคนที่ใจดีสู้เสือและปากดีก็ไม่เป็นเช่นนั้นอีก โดยก่อนที่จะหันหลังจากบ้านหลังนี้ไป เขาก็คิดในใจว่า

…จะไม่เป็นเช่นนี้แล้ว จะเชื่อและไม่ลบหลู่เรื่องแบบนี้อีกแล้ว…

จังหวะที่เดินออกมาชายหัวร้อนคนนี้ไม่กล้าหันกลับไปมองที่บ้านอีก และขณะจะก้าวขึ้นรถ เขายังได้ยินเสียงกระซิบข้างหูด้วยประโยคเดิมว่า

…จะอยู่ที่นี่มั้ย!?…

หรือสามารถเข้ารับชมวีดีโอเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หรือสามารถชมเรื่องราวความหลอนอื่นๆได้ ที่นี่

#เสาไม้เก่าตกมัน #เรื่อนไม้โบราณ #เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าบ้านเจ้าเรือน #ความหลอนบ้านโบราณ

ขอขอบคุณภาพจาก

  • xfile.teenee.com
  • www.creditonhand.com
  • image.tnews.co.th
  • f.ptcdn.info
  • img.pptvhd36.com
  • s3.theasianparent.com
  • s3.theasianparent.com
  • www.mixmaya.com

สนับสนุนโดย

www.thaiseawstory.co
อ่านเรื่องเสียวได้ที่นี่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on reddit
Reddit